Saturday, September 02, 2006

ดุริยเทพ

พระอิศวร
เป็นเทพเจ้าผู้สร้างโลก มี ๑พักตร์ ๓ เนตร ๔ กร กายสีขาว มงกุฎน้ำเต้าหรือมงกุฎทรงเทิดน้ำเต้ากาบ เกศามุ่นเป็นชฎารุงรัง มีประคำหัว กระโหลกคนคล้องพระศอ มีสังวาลเป็นงู พระศอสีนิล นุ่งหนังเสือ หนังช้าง หรือหนังกวาง โคเป็นพาหนะ สถิตบนเขาไกรลาศ มีพระมเหสีทรงนามว่า พระอุมา มีเทวโอรส ๒ องค์ คือ พระขันทกุมาร และพระคเณศร์ ลักษณะเศียร สีขาว มงกุฎน้ำเต้า หรือมงกุฎเทิดน้ำเต้ากาบ

พระนารายณ์

เป็นเทพเจ้าผู้รักษาความดี กายสีดอกตะแบก (ชมพูอมม่วง) มี ๑ พักตร์ ๔ กร ยอดมงกุฎชัย มีครุฑเป็นพาหนะ สถิต ณ เกษียรสมุทร มีพระลักษมี เทพเจ้าแห่งลาภและความดีเป็นพระมเหสี ลักษณะเศียร สีดอกตะแบก ทรงมงกุฎชัย


พระพรหม

เป็นเทพเจ้าแห่งพรหมวิหาร มีสีขาว มี ๔ พักตร์ ๘ กร ทรงมงกุฎชัย ๒ ชั้น หรือ มงกุฎเทิดน้ำเต้ากลม มีหงส์ เป็นพาหนะ สถิต ณ พรหมพฤนทา มีพระมเหสีนามว่า พระสุรัสวดี เทพเจ้าแห่งการศึกษา ลักษณะเศียร สีขาว หน้า ๒ ชั้น มงกุฎชัยหรือมงกุฎเทิดน้ำเต้ากลม


พระวิสสุกรรม (วิษณุกรรม,วิศวกรรม,เวสสุกรรม,พิษณุกรรม,พระเพชรฉลูกรรม)
มีกายสีเขียว ๑ พักตร์ ๒ กร ทรงมงกุฎน้ำเต้า บางตำราว่า หัวโล้น (หรือโผกผ้า) ซึ่งเป็นเทวดานายช่างของพระอินทร์ เป็นเจ้าแห่งช่างทุกช่าง ไม่ว่าจะเป็น ปั้น หล่อ ก่อสร้าง สำหรับด้านดนตรีเคยมีนิยายเล่าสืบมาว่า ในครั้งหนึ่งเมืองมนุษย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะร้อง จะเล่นแสดงอะไรไม่เป็นระเบียบ มีถ้อยคำที่หยายโล้น ความถึงพระอินทร์ ต้องสั่งการให้พระวิษณุให้แปลงกายเป็น ชายชราลงมาสั่งสอนเด็ก ๆ ชาวเมืองให้รู้จักร้อง รู้จักเล่นให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังดลบันดาลให้เครื่องดนตรีมี ลักษณะถูกต้อง และมีเสียงอันไพเราะ ลักษณะเศียร สีเขียว ทรงมงกุฎน้ำเต้า

พระปัญจสิงขร
เทพเจ้าองค์นี้เดิมเคยเป็นมนุษย์ เป็นเด็กเลี้ยงโคไว้ผม ๕ แหยม เป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใสศรัทธาในทางกุศล สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ เมื่อตายจึงเกิดเป็นเทพบุตรในชั้นจาตุมหาราชมีชื่อว่า"ปัญจสิขคนธัพเทพบุตร" มีมงกุฎ ๕ ยอด มีกายเป็นสีทอง มีกุณฑล มี ๑ พักตร์ ๔ กร ทรงอาภรณ์ไปด้วยนิลรัตน์ ทรงภูษาสีแดง มีความสามารถในเชิงดีดพิณ และขับลำนำเป็นเลิศ จนเป็นที่โปรดปรานของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ถึงกับทรงอนุญาตให้เฝ้าได้ทุกเวลา ลักษณะเศียร สีขาวมงกุฎน้ำเต้า ๕ ยอด


พระปรคนธรรพ
เป็นยอดของเทพคนธรรพ์ ร่างกายมีขนวนเป็นขด วนทักษิณาวัฏรอบตัว มงกุฎชฎายอดฤาษี หรือยอดกะตาปาสีเขียวใบแค มี ๑ พักตร์ ๒ กร เป็นเทพเจ้าแห่งวิชาการดนตรี ขับร้อง ดีด สี ตี เป่า โดยยกย่องว่าเป็น ผู้ที่ประดิษฐ์พิณขึ้นมา



พระฤาษี

มีทั้งหมด ๓๕ ตน ซึ่งมีชื่อต่าง ๆ กัน ในด้านดนตรีไทยแล้วฤาษีนั้นมีชื่อว่า "พระภรตฤาษี" (พระ-พะ-รด-รือ-สี) ผู้ซึ่งได้รับ เทวโองการจากพระพรหม ให้นำศิลปการร่ายรำ ท่าศิวนาฏราชมาบังเกิดในโลกมนุษย์


พระคเณศร์ (พระพิฆเณศวร)

เป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ ศิลปวิทยาการทั้งปวง มีกายสีแดงสัมฤทธิ์ ร่างมนุษย์ อ้วนเตี้ย ทั้งพลุ้ย หูยาน มีเศียรเป็นช้าง มีงาข้างเดียว มี ๔ กร มงกุฎทรงเทิดยอดน้ำเต้า ทรงหนูเป็นพาหนะ เป็นโอรสของพระอิศวรและพระอุมา ลักษณะเศียร สีแดง มงกุฎเทิดน้ำเต้า


พระพิราพ
เป็นอสูรเทพบุตร อยู่เชิงเขาอัศกรรณ พระอิศวรเอากำลังพระสมุทร และพระเพลิงแบ่งประทาน และทรงกำหนดเขตป่า ให้อยู่ ถ้ามีสัตว์พลัดหลงมาในป่าให้จับกินได้ มีกายสีม่วงแก่ ๑ พักตร์ ๑ กร มีหอกเป็นอาวุธ มูลเหตุที่ศิลปินเคารพบูชาเพราะว่า มีผู้ค้นคว้าไว้ว่า
๑. พระพิราพองค์นี้เป็นปางหนึ่งของพระอิศวร
๒. ชื่อ พิราพ นี้ไปพ้องกับชื่อ วิราวณะ ของฮินดู อันเป็นเทพเจ้าแห่งการฟ้องรำ
๓. ชื่อ พิราพ อันเป็นนามเทพเจ้าแห่งคุณงามความดี ลักษณะเศียรโล้น สีม่วงแก่ (พิราพเดินป่า) สวมกระบังหน้า ปากแสยะ ตาจรเข้

0 Comments:

Post a Comment

<< Home